รู้จักเรา

ภาพรวมประเทศ



อิสราเอล คือ ประเทศเเละประชาชนประวัติศาสตร์ของชาวยิว เเละความเป็นมาของพวกเขาในดินเเดนอิสราเอลมีมานานกว่า 3,500 ปี บนผืนดินนี้ วัฒนธรรมเอกลักษณ์ของ ชาติเเละศาสนาได้ถือกำเนิดขึ้น หลักฐานการดำรงอยู่ของชาวยิวมีปรากฏอยู่เป็นเวลานนานนับศตวรรษ

เเม้เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานไปเเล้วก็ตาม เเละเมื่อมีการตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2491 เอกราชของชาวยิวที่สูญหาย ไปกว่า 2,000 ปีมาเเล้ว ก็ได้ฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง




สถานที่ตั้ง อิสราเอลเป็นประเทศในตะวันออกกลาง อยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีพรมเเดนติดกับเลบานอน ซีเรีย จอร์เเดนเเละอียิปต์ ที่ตั้งของประเทศเป็นจุดเชื่อม ของสามทวีป คือ ยุโรป เอเชีย เเละแอฟริกา
สภาพภูมิประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปเอเชีย โดยอยู่กึ่งกลางระหว่างยุโรป เอเชียและแอฟริกา
- ทิศเหนือ ติดกับเลบานอน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับซีเรีย
- ทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับจอร์แดน แม่น้ำจอร์แดนและทะเลาสาบ Dead Sea
- ทิศตะวันตก ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
- ทิศใต้ ติดกับอ่าว Aqaba (ทะเลแดง)
- ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ติดกับคาบสมุทรไซนาย สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
ภูมิอากาศ อิสราเอลมีเเสงเเดดตลอดปี ฤดูฝนเริ่มตั้งเเต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ทางใต้สุดของประเทศ มีทั้งภูมิอากาศร้อน ร้อนชื้น มีฤดูหนาว ปานกลางที่มีฝนตามที่ราบชายฝั่งทะเล บางเเห่งอบอุ่นเเละหนาวปานกลางในภูมิภาค ที่เป็นภูเขาจะมีฝนเเละมีหิมะเล็กน้อย ในหุบเขาจอร์เเดนอากาศร้อนเเห้งเเละมีฤดูหนาว ที่เเสนสบาย ส่วนทางใต้ของประเทศค่อนข้างเเห้งเเล้ง มีอากาศอบอุ่นถึงร้อนในเวลา กลางวัน เเละอากาศเย็นในเวลากลางคืน
พืชเเละสัตว์ อิสราเอลมีพืชเเละสัตว์เป็นหลากหลายชนิด เนื่องมาจากสถานที่ตั้งของประเทศ ซึ่งมีความหลากหลายของภูมิประเทศเเละภูมิอากาศ ในอิสราเอลมีนกมากกว่า 380 ชนิด มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเเละสัตว์เลื้อยคลานกว่า 150 ชนิด เเละจำเเนกพืชได้มาก กว่า 3,000 ชนิด (โดยที่ 150 ชนิดเป็นพืชพื้นเมืองของอิสราเอล) มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ ตามธรรมชาติถึง 150 เเห่งทั่วประเทศบนพื้นที่เกือบ 400 ตารางไมล์ (ประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร)
น้ำ ความขาดเเคลนน้ำในภูมิภาคนี้ทำให้เกิดความพยายามอย่างจริงจัง ที่จะใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ที่สุดเเละมีการหาเเหล่งน้ำใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในช่วงทศวรรษที่ 60 อิสราเอลเชื่อมเเหล่งน้ำจืดเข้าด้วยกัน เส้นเลือดใหญ่หรือระบบส่งน้ำเเห่งชาติ ส่งน้ำจากทางเหนือลงมาทางภาคกลางเเละภาคใต้ที่เเห้งเเล้ง โครงการเพื่อการใช้น้ำ อย่างมีประสิทธิภาพหลายโครงการยังดำเนินอยู่ รวมทั้งการทำฝนเทียม การนำน้ำเสีย กลับมา ใช้ประโยชน์ เเละการกลั่นน้ำจืดจากทะเล
ประชากร อิสราเอลเป็นประเทศของผู้อพยพ นับตั้งแต่การก่อตั้งประเทศเมื่อ พ.ศ. 2491 ประชากรของอิสราเอลเติบโตขึ้นถึง 7 เท่า ประชากร 7.8 ล้านคน ในปัจจุบันเป็นการผสมผสานกันของประชาชนที่มีเชื้อชาติ ภูมิหลัง วิถีชีวิต ศาสนา วัฒนธรรมและ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ต่างกัน ประมาณร้อยละ 78.1 ของประชากรทั้งหมดเป็นชาวยิว ที่เหลือนอกนั้นอีกร้อยละ 21.9 ส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับ
วิถีชีวิต ประมาณร้อยละ 91 ของประชาชนอิสราเอลอาศัยอยู่ในเมืองที่ทันสมัยกว่า 200 แห่ง บ้างก็อยู่ในเขตเมืองโบราณในประวัติศาสตร์ ประมาณร้อยละ 5 จะอยู่ในชนบท โดยเป็นสมาชิกนิคมเกษตรกรรมแบบพิเศษที่มีอยู่ 2 ประเภทคือ คิบบุตซ์ เเละโมชาฟ
เมืองสำคัญ นครเยรูซาเลม (ประชากร 657,500 คน) เป็นศูนย์กลางของชาติและศูนย์รวมทางจิตใจของชาวยิวมาตั้งเเต่ครั้งที่กษัตริย์เดวิดได้ทรงสถาปนาเมืองนี้เป็นเมืองหลวงเมื่อกว่า 3,000 ปีมาเเล้ว ในปัจจุบันนครเยรูซาเลม เป็นมหานครที่เจริญรุ่งเรืองเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของอิสราเอลเเละเป็นที่ตั้งของรัฐบาล
กรุงเทลอาวีฟ (ประชากร 354,400 คน) เป็นเมืองที่นานาประเทศให้การรับรองเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 เป็นเมืองเเรกของยุคนี้ ที่มีพลเมืองเป็นชาวยิวล้วน ๆ ปัจจุบันได้กลายมาเป็นศูนย์กลางของการอุตสาหกรรม การพาณิชย์ การเงินเเละวัฒนธรรมของประเทศ
ไฮฟา (ประชากร 270,500 คน) เป็นเมืองชายทะเลซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีมาตั้งเเต่สมัย โบราณและเป็นท่าเรือสำคัญด้านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์กลาง การอุตสาหหกรรม และ การพาณิชย์ในภาคเหนือของอิสราเอล
เบียร์ เชวา (ประชากร 172,900 คน) เป็นเมืองเก่าที่มีชื่อจารึกอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลมา ตั้งเเต่สมัยโบราณ ปัจจุบันนี้เป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางใต้ของประเทศ ทั้งยังเป็นศูนย์กลาง ของการปกครอง เศรษฐกิจ สถาบันอนามัย การศึกษา และวัฒนธรรมของพื้นที่ภาคใต้ ทั้งหมดด้วย
ระบบการปกครอง อิสราเอลเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใช้ระบบรัฐสภา อำนาจการปกครองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ประธานาธิบดีเป็นประมุข ของรัฐที่มีหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของพิธีการและทางการ ตำแหน่งนี้เป็นสัญลักษณ์เเห่งความสามัคคีในชาติเเละอยู่เหนือการเมืองที่ใช้ระบบพรรคการเมือง สภาคเนสเซ็ท (Knesset) เป็นอำนาจนิติบัญญัติของอิสราเอล เป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิกทั้งหมด 120 คน บริหารงานโดยผ่านการประชุมสภาที่มีคณะกรรมาธิการทั้งหมด 14 คณะ การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภามีขึ้นทุกๆ 4 ปี ตามระบบการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นทั่วประเทศรัฐบาล (คณะรัฐมนตรี) มีหน้าที่บริหารกิจการภายในและการต่างประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำและรับผิดชอบร่วมกับสภา
การศึกษา การศึกษาภาคบังคับของอิสราเอลอยู่ระหว่างอายุ 5 – 18 ปี ส่วนเด็ก ๆ อายุประมาณ 3 – 4 ปี จะอยู่ในโครงการการศึกษาก่อนวัยเรียนเฉลี่ยการเข้ารับการศึกษาของ ประชาชน คือ 12.1 ปี
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อิสราเอลมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีด้านความมั่นคง ทำให้อิสราเอลส่งออกอาวุธมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยนอกจากสหรัฐฯ แล้วประเทศที่นำเข้าอาวุธจากอิสราเอล ได้แก่ ตุรกีและประเทศในเอเชีย เช่น อินเดีย นอกจากนี้ ไทยได้จัดทำความตกลงว่าด้วยการรักษาความลับกับอิสราเอลตามที่กฎหมายอิสราเอลกำหนดแล้ว ทำให้คาดการณ์ได้ว่า ความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านนี้จะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น ที่ผ่านมาไทยและอิสราเอลได้มีความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อยู่บ้าง โดยเฉพาะด้านการแพทย์ ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนนักวิจัยของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ การประชุม Working Group Dialogue และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
สุขอนามัย กฎหมายประกันสุขภาพเเห่งชาติที่ประกาศใช้เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2538 ให้บริการทางการเเพทย์อย่างมีมาตรฐาน รวมทั้งให้การรักษาในโรงพยาบาลเเก่ ประชาชนชาวอิสราเอลทุกคน การบริการทางการแพทย์นี้อยู่ภายใต้การดูแลของ องค์กรด้านสาธารณสุขผู้หญิงจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 80.3 ปี ส่วนผู้ชายประมาณ 76.1 ปี อัตราการตายของ เด็กทารกคิดเป็นร้อยละ 5.8 ของทารกที่เกิดทุก ๆ 1,000 คน อัตราส่วนของแพทย์ต่อประชากร และจำนวนแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะโรคนั้นอยู่ในระดับเดียวกับประเทศอื่น ๆ ที่พัฒนาเเล้ว
เเรงงานเเละการประกันสังคม อิสราเอลมีกฎหมายที่ปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของผู้ใช้เเรงงานอย่างเเท้จริง การดูเเลผู้สูงอายุ การให้ความช่วยเหลือเเก่ครอบครัวที่เหลือบิดาหรือมารดาเพียงคนเดียว โครงการสำหรับเด็กเเละเยาวชน องค์กรรับเลี้ยงเด็ก การป้องกันเเละรักษาโรคพิษสุราเรื้อรังเเละยาเสพติด สิ่งเหล่านี้ล้วนเเต่เป็นบริการสำคัญที่รัฐมีให้ต่อบุคคลเเละครอบครัว สถาบันประกันภัยเเห่งชาติรับผิดชอบดูเเลผู้ที่มีสัญชาติอิสราเอลทุกคน (รวมถึงบรรดาผู้อพยพ) การจัดหารายได้ในระดับต่าง ๆ การประกันการว่างงาน บำนาญ ของผู้สูงอายุ เงินเลี้ยงชีพผู้รอดชีวิต เงินสงเคราะห์มารดา เบี้ยเลี้ยงเด็ก เงินเสริมรายได้ ฯลฯ แรงงานไทยเป็นที่ต้องการของอิสราเอลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ประมาณ 30,000 คน (คิดเป็นร้อยละ 90 ของแรงงานเกษตรของอิสราเอลทั้งหมด) ตามชุมชนนิคมเกษตรกรรม (Kibbutz หรือ Moshav) ทั่วอิสราเอล โดยไทยกับอิสราเอลได้จัดทำความตกลงแรงงานไทย – อิสราเอล ที่จะให้ International Organization for Migration (IOM) เป็นผู้จัดส่งแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้แรงงานไทยเสียค่าใช้จ่ายคนละไม่เกิน 70,000 บาท โดยไม่ต้องเสียค่านายหน้ากว่า 300,000 บาทเหมือนแต่ก่อน

อิสราเอลเป็นประเทศที่มีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงเทียบได้กับประเทศพัฒนาแล้วในโลกตะวันตก เนื่องจากอิสราเอลมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ประกอบกับการมีระบบเศรษฐกิจลักษณะผสมผสาน โดยรัฐเข้าไปมีบทบาทควบคุมกิจการใหญ่ ๆ ที่มีกำลังการผลิตและการจ้างงานสูง ขณะที่ภาคเอกชนก็สามารถมีกิจการได้โดยเสรี นอกจากนั้น วงการค้นคว้าและวิจัย (R&D) ของอิสราเอล มีประสิทธิภาพและได้รับความสำคัญจากภาครัฐเป็นอย่างมาก ส่งผลให้อิสราเอลมีความก้าวหน้าสูงในด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบบเศรษฐกิจของอิสราเอลจึงมีพื้นฐานอุตสาหกรรมชั้นสูงที่เข้มแข็ง เช่น การผลิตเครื่องจักรกล อาวุธยุทโธปกรณ์ อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเลียม การแพทย์และเภสัชกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 

อย่างไรก็ดี อิสราเอลยังประสบปัญหาความไม่เสมอภาคทางสังคม ที่เกิดจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วแต่ขาดมาตรการป้องกันทางสังคม (social safety net) ทำให้ยังมีความแตกต่างทางรายได้ของสตรีและประชากรเชื้อสายอาหรับในอิสราเอลอยู่มาก

ปัจจุบันภาคเกษตรกรรมได้ถูกลดความสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิสราเอลลงไปมาก โดยมีสัดส่วนต่ำกว่าร้อยละ 3 ของ GDP แต่กลุ่มเกษตรกรยังมีอิทธิพลทางการเมืองสูงและยังยึดหลักนโยบายการกลืนกินดินแดนด้วยการตั้งชุมชนนิคมเกษตรกรรม (moshav หรือ kibbutz) ในพื้นที่พิพาทกับปาเลสไตน์ ทำให้รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากพื้นที่กว่า 2 ใน 3 ของอิสราเอลเป็นพื้นที่แห้งแล้งและเป็นทะเลทรายที่ไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก และมีแหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติอยู่น้อย อิสราเอลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรและการชลประทาน เพื่อให้ประเทศสามารถทำการเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาประเทศให้ได้ อิสราเอลจึงได้ลงทุนอย่างมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การเกษตรและการชลประทานจนประสบความสำเร็จ โดยสามารถในการแปลงน้ำทะเลเป็นน้ำจืดเพื่อการอุปโภค (desalination) การนำน้ำเสียจากการอุปโภคกลับมาใช้ใหม่สำหรับการเกษตรและอุตสาหกรรม การมีระบบท่อส่งน้ำทั้งจากแหล่งน้ำจืดธรรมชาติและโรงงานผลิตน้ำจืดไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศ และเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เช่น การเพาะปลูกแบบระบบน้ำหยด

อิสราเอลใช้เวลาในการพยายามสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD (Organisation for Economic Cooperation and Development) กว่า 15 ปี โดยหวังว่า การได้เข้าร่วมองค์กรดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของอิสราเอล ผ่านการแสดงศักยภาพของอิสราเอลที่เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุน รวมถึงเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าและการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการราชการและเอกชนให้เป็นไปตามมาตรฐานของประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่การที่อิสราเอลขาดมาตรการต่อต้านการทุจริตและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงอัตราส่วนหนี้สาธารณะที่สูงเมื่อเทียบกับ GDP เนื่องมาจากรายจ่ายมหาศาลด้านความมั่นคง เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของอิสราเอล อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 OECD ได้รับอิสราเอลเข้าเป็นสมาชิก พร้อมกับระเทศสโลวีเนียและเอสโตเนีย 

ปัญหาอุปสรรรคหลักในด้านเศรษฐกิจของอิสราเอลคือ การเพิ่มการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานของประชากรกลุ่ม Ultra-Orthodox และประชากรเชื้อสายอาหรับในอิสราเอล รวมถึงการลดความไม่เท่าเทียมด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

อิสราเอลได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจจากยุโรปและสหรัฐฯ อยู่บ้าง เนื่องจากตลาดส่งออกกว่าร้อยละ 40 ของอิสราเอลอยู่ในยุโรปและสหรัฐฯ ส่งผลให้อิสราเอลเผชิญกับการขาดดุลงบประมาณในปี 2555 อีกทั้งการที่อิสราเอลมีค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมและความมั่นคง (กองทัพทหาร) สูง จึงส่งผลให้จำเป็นต้องปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษี ได้แก่ การปรับภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 16 เป็นร้อยละ 17 เมื่อเดือนกันยายน 2555 การปรับขึ้นภาษีรายได้ส่วนบุคคลกลุ่มผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง ซึ่งมีผลในต้นปี 2556 รวมทั้ง การปรับขึ้นภาษีพลังงาน โดยการเพิ่มการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ทำให้ส่วนแบ่งรายได้จากภาคพลังงานของรัฐบาลเพิ่มจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 52 - 62 ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลต้องการเพิ่มการลงทุนในการวางโครงสร้างพื้นฐานการขุดเจาะและส่งออกน้ำมันและก๊าซที่มีอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนอกชายฝั่งของอิสราเอล โดยจะเริ่มในปี 2559

เมื่อเดือนมีนาคม 2556 อิสราเอลได้เริ่มใช้ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งก๊าซธรรมชาติ Tamar ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แหล่งก๊าซฯ ของอิสราเอลนอกชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ได้ค้นพบเมื่อปี 2552 (อีก 2 แหล่งคือ Leviathan และ Karish) โดยคาดการณ์ว่าก๊าซฯ มีปริมาณมากพอที่อิสราเอลจะสามารถใช้ไปได้อีก 50 ปี ซึ่งจะลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศถึง 299.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจะลดการใช้ heavy fuel oil จากถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าดังเช่นปัจจุบัน


การค้าระหว่างประเทศของอิสราเอล

 

มูลค่า (พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

การเจริญเติบโต (%)

2012

2013

2014

2013

2014

การค้ารวม

136.3

138.5

114

1.6

-17.6

ส่งออก

63.1

66.5

53

5.4

-20.3

นำเข้า

73.1

71.9

61

-1.7

-15.1

ดุลการค้า

-9.9

-5.3

-14

0.5

-1.6


ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติอิสราเอล 

http://www.cbs.gov.il/reader/cw_usr_view_Folder?ID=141

อิสราเอลเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก ทำให้การคมนาคมภายในประเทศทั้งสะดวกและรวดเร็ว โดยระบบขนส่งมวลชนของอิสราเอลนั้นง่ายต่อการใช้งาน และเชื่อมโยงเกือบทั่วทุกมุมของประเทศในราคาที่ย่อมเยา

รถไฟ ของอิสราเอลนั้นเป็นหนึ่งในเส้นทางการคมนาคมที่สะดวกและมีค่าบริการราคาถูก

รถแท็กซี่ เป็นอีกหนึ่งบริการในการเดินทาง แต่จะมีราคาที่แพงกว่าโดยเฉพาะในกรณีที่เดินทางข้ามเมือง

เครื่องบิน มีบางสายการบินที่ให้บริการบินภายในประเทศระหว่างสนามบินไอลัต สนามบินเบนกูเรียน สนามบินซเดดอฟที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของกรุงเทลอาวีฟ และสนามบินไฮฟา แต่จะมีราคาแพงกว่าการเดินทางในแบบอื่น

รถโดยสารประจำทาง ให้บริการทั้งภายในเมืองและระหว่างเมือง จึงเป็นการเดินทางที่ได้รับความนิยมที่สุดในประเทศ โดยมีบริษัท Egged เป็นบริษัทหลักที่ให้บริการรถเมล์ระหว่างเมืองและภายในเมืองหลักต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีรถเมล์ของบริษัท Dan ที่ให้บริการและครอบคลุมเส้นทางภายในเมืองเทลอาวีฟและเมืองต่าง ๆบริเวณรอบข้าง ซึ่งค่ารถโดยสารประจำทางมีราคาย่อมเยา เมื่อเปรียบเทียบค่าโดยสารประจำทางของทุกบริษัททั่วประเทศ และรถโดยสารเกือบทุกคัน ต่างมีระบบเครื่องปรับอากาศเพื่อมอบความสบายให้กับผู้ใช้บริการ โดยสามารถซื้อบัตรโดยสารได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารที่สถานีหลักของทุกเมืองหรือจะซื้อจากพนักงานขับรถก็ได้ รถโดยสารนั้นให้บริการทุกวันยกเว้นจากบ่ายวันศุกร์จนถึงเย็น วันเสาร์ของทุกๆสัปดาห์เพราะเป็นช่วงเวลาชาบัท (เป็นช่วงเวลาที่ชาวยิวจะไม่ใช้ไฟฟ้าหรือทำงานใดๆทั้งสิ้น) รวมไปถึงวันสำคัญทางศาสนายูดาห์ต่าง ๆ)