รู้จักเรา

ความสัมพันธ์กับไทย

ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและรัฐอิสราเอล

ผู้แทนคนแรกของประเทศอิสราเอลในประเทศไทยคือ นายแพทย์เปเรซ จาคอบสัน ผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ เมื่อปี 2496 โดยให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาวอิสราเอลราว 200 คนในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ความสัมพันธ์ทางการทูตเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2497 และมีความ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่อได้ตั้งสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2501 โดยมีนายมอร์เดคาย คิดรอน เป็นเอกอัครราชทูตอิสราเอลคนแรกประจำประเทศไทย จากนั้นได้มีการเปิดสำนักงานทูตพานิชย์ในอิสราเอลในปี 2531และเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2539 ดร.รณรงค์ นพคุณ ยื่นพระราชสารตราตั้งเป็นเอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำอิสราเอลแก่ประธานาธิบดีเอเซอร์ ไวซ์แมนน์

ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้บันทึกการเสด็จเยือนครั้งประวัติศาสตร์ของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา บุคคลสำคัญจากอิสราเอลที่มาเยือนประเทศไทยรวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิสราเอล นายยิตซัก ราบิน และผู้นำซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้แก่ รัฐมนตรีต่างประเทศ นายอับบา อีบัน นางโกลดา เมียร์ นายโมเช ดายัน และนายชิมอน เปเรส

การก่อตั้งหอการค้าไทย-อิสราเอล เมื่อปี 2533 ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ในเชิงเศรษฐกิจเป็นเวลากว่า 10 ปี และขยายอัตราการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างปี 2533-2539 จาก 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 500 ล้านดอลลาร์ หลังจากการเยือนประเทศของรัฐมนตรีต่างประเทศนายชิมอน เปเรส ในปี 2536 ข้อตกลงทางการบินก็มีผลบังคับใช้ โดยสายการบินอิสราเอล “แอล อัล”(ELAL) เริ่มบริการเที่ยวบินมายังประเทศไทยอันเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลจำนวนมากเดินทางมายังประเทศไทย ประกอบกับที่ได้รับข้อยกเว้นในการทำวีซ่าเข้าประเทศด้วย นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา อัตราของผู้ใช้แรงงานไทยในอิสราเอลเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ราว ๆ 25,000 คนในภาคการเกษตร

โครงการความร่วมมือระหว่างไทย-อิสราเอล ได้แก่ โครงการความร่วมมือทาง ด้านการเกษตรซึ่งอิสราเอลร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้การสนับสนุนของ “มาชาฟ” (MASHAV) หรือศูนย์ความร่วมมือระหว่างประเทศของอิสราเอล เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ 2503-2512 ผู้เชี่ยวชาญไทยที่เข้าร่วมหลักสูตรมาชาฟที่อิสราเอลมีสองสาขาหลัก คือ ด้านการเกษตรและการศึกษา โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาของเด็กปฐมวัย โดยมีหม่อมหลวงอนงค์ นิลอุบลและหม่อมดุษฎี บริพัตร เป็นผู้จัดทำหลักสูตร โครงการล่าสุดคือ แปลงสาธิตการเกษตรไทย-อิสราเอลสำหรับพืชมูลค่าสูง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นกับรัฐบาลอิสราเอล โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เปิดโครงการแปลงสาธิตการเกษตร เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2547

เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟคนปัจจุบัน ได้แก่ นางสาวอังสนา  สีหพิทักษ์ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม 2558 เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน ได้แก่ นายชิมอน โรเดด (Simon Roded) ซึ่งได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2555 ไทยและอิสราเอลมีความสัมพันธ์ทวิภาคีและความร่วมมืออันดีต่อกัน และมีกรอบการหารือทวิภาคีในหลายประเด็น อาทิ ประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยรวม (WGD) ในระดับรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศประจำทุกปี ประเด็นความร่วมมือด้านแรงงาน (TIC) ประเด็นด้านการค้าการลงทุน (JTC) ประเด็นด้านความมั่นคง และประเด็นด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา (TICA - MASHAV) 

ความสัมพันธ์ทางการค้าของอิสราเอลต่อทั่วโลก

ตลาดส่งออก 2014 แหล่งนำเข้า 2014 สิ้นค้าส่งออกหลัก 2014
(ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
สัดส่วนภาคธุรกิจ
2014
สหรัฐอเมริกา 28.5% สหรัฐอเมริกา 12.5% เพชร 6,403.68 การเงิน  26%
สหภาพยุโรป 27.4% สหภาพยุโรป 33.3% ยา 6,403.68โรงงานถ่านหิน เหมืองแร่ 22%
รัสเซียและยุโรปตะวันออก 6% รัสเซียและยุโรปตะวันออก 5.2% อิเล็กทรอนิกส์
ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือทางการแพทย์
16,542.84ระบบ
โลจิสติกส์ และคาร์โก
17%
เอเชีย 25.3% เอเชีย 22.7% เคมีภัณฑ์ 11,206.44 การค้า บริการ และอาหาร 14%
ลาติน
อเมริกา
3% ลาติน
อเมริกา
1% เหล็กและเครื่องมือ 5,870.04 ก่อสร้าง 7%
แอฟริกา1.9%แอฟริกา0.4%ยาง พลาสติก และเชื้อเพลิง3,201.84เกษตร/ประมง2%
ออสเตรเลียและหมู่เกาะ1%ออสเตรเลียและหมู่เกาะ0.1%อื่น ๆ2,668.20อื่น ๆ 12%


การค้าระหว่างไทยและอิสราเอล


                            

 

มูลค่าการค้า 

 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

อัตราการขยายตัว (%)

 

2012

2013

2014

2015

2014

2015

มูลค่าการค้า

1,346.15

1,182.36

1,183.70

1,101.85

0.11

-6.92

ส่งออก 
จากไทย

729.08

684.65

760.32

706.38

11.05

-7.09

นำเข้าไทย

617.07

497.71

423.38

395.47

-14.93

-6.59

ดุลการค้า

112.01

186.94

336.94

310.91

80.24

-7.72



ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว

  • ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราของผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ (ลงนามเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2503)
  • ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2511)
  • อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีที่เก็บจากเงินได้ (ลงนามเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2539)
  • สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา (ลงนามเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2540)
  • ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน (ลงนามเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2543)
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดทำแปลงสาธิตการเกษตรไทย-อิสราเอลสำหรับการปลูกพืชมูลค่าสูงแบบอาศัยชลประทานบนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ลงนามเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2545)
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในสาขาวัฒนธรรมและการศึกษา (ลงนามเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2548)
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไทยกับสภาการอุดมศึกษาอิสราเอล (ลงนามเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2550)
  • ความตกลงระหว่างรัฐว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานชั่วคราวในภาคเกษตรของอิสราเอล (ลงนามเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2553)
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และ Rambam Health Care Campus (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ลงพระนามระหว่างการเสด็จเยือนอิสราเอลระหว่างเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2554)
  • ความตกลงทางการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 ณ นครเยรูซาเล็ม โดย รมช. พณ.)
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการรักษาความลับทั่วไประหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงกลาโหมอิสราเอล (ลงนามเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 โดยกระทรวงกลาโหม)

ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดทำ

  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับกระทรวงอุตสาหกรรม การค้าและแรงงานอิสราเอล
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเกษตรกรรมระหว่างไทยกับอิสราเอล