ข่าวเด่น

นักวิทยาศาสตร์ ได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากโครงการรางวัลเชื้อเพลิงสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นักวิทยาศาสตร์ ได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากโครงการรางวัลเชื้อเพลิงสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ผลงานความสำเร็จในการสร้างพลังงานแสงอาทิตย์และเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ทำให้นักวิทยาศาสตร์สองรายได้รับเงินรางวัลจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักวิจัยผู้คิดค้นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดต้นทุนต่ำ ที่สามารถทำงานได้แม้ในยามที่ไม่มีแสงอาทิตย์ และนักวิจัยที่ใช้การสังเคราะห์แสงเทียมในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเชื้อเพลิงไฮโดรเจน เป็นผู้ชนะรางวัล Eric and Sheila Samson Prize ซึ่งเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับนวัตกรรมในด้านการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก เป็นเงินจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอากาศ ยาคอฟ เปริ ได้ประกาศชื่อผู้ชนะเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา

ผู้ชนะทั้งสองราย ได้แก่ - ศาสตราจารย์ ไมเคิล กรัทเซิล จากสมาพันธรัฐสวิส และศาสตราจารย์ โทมัส เมเยอร์ จากสหรัฐอเมริกา - ทั้งคู่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทางเลือกที่มีชื่อเสียง โดยโครงการของพวกเขาได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะ จากการคัดจากแนวคิดและโครงการต่าง ๆ นับร้อยผลงานที่มีผู้ส่งเข้าแข่งขันชิงรางวัลนวัตกรรมสำหรับเชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อการขนส่ง ซึ่งจัดโดยนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลเมื่อต้นปีที่แล้ว โดยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เป็นผู้ให้คะแนน ก่อนจะส่งข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมาธิการซึ่งนำโดยอดีตประธานของ Technion ศาสตราจารย์ยิทซ์คัก อาเพลอยก์ โดยเงินรางวัลนั้นได้ถูกแบ่งครึ่ง ระหว่างผู้ชนะทั้งสองราย

กรัทเซล (Grätzel) ผู้อำนวยการห้องวิจัยเล็คทรอนิคส์ของสถาบันเทคโนโลยีสวิสในโลซาน ได้พัฒนาเซลล์กรัทเซล (Grätzel Cell) อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งใช้อนุภาคที่ไวต่อการย้อมสีที่กระบวนการสังเคราะห์แสง และแปลงพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยแผ่นเซลล์แสงอาทิตย์มีความบางมากและไม่จำเป็นต้องใช้ซิลิกอนอย่างเซลล์ชนิดอื่น ๆ และใช้สีธรรมชาติในการแปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงานด้วยหลักการเดียวกันกับการสังเคราะห์แสงแบบคลอโรฟีล จึงทำให้มีต้นทุนในการผลิตต่ำกว่าเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดอื่น

การย้อมสีใช้สีจากผลไม้และผลเบอร์รี่ โดยการย้อมสีนั้นจะดูดซับแสงแดด ก่อนผลิตประจุลบและบวกซึ่งจะก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้า โดยระบบนี้จะทำงานแม้กระทั่งในยามที่มีแสงน้อย เช่นในวันที่มีเมฆมากหรือในสภาวะที่มีแสงไม่มากนัก

กรัทเซลได้เคยตีพิมพ์บทความทางวิทยาศาสตร์กว่า 900 บทความและได้รับรางวัลชนะเลิศต่าง ๆมากมาย รวมทั้งรางวัลนวัตกรรมและเทคโนโลยีของยุโรป (the European Prize for Innovation and Technology) รางวัลลีโอนาโด ดาวินชีของสถาบันวิทยาศาสตร์ยุโรป รางวัลมิลเลเนียม 2000 (The Millennium 2000 Prize) สำหรับนวัตกรรมเทคโนโลยี และรางวัลเทคนียอน ฮาร์วี่ (Technion’s Harvey Prize) นอกจากนี้ กรัทเซลยังได้รับเลือกจากนิตยาสาร Scientific American ให้เป็นหนึ่งใน 50 นักวิจัยชั้นนำของโลก

เมเยอร์เป็นผู้บุกเบิกในสาขาวิชาการสังเคราะห์แสงเทียม ซึ่งไฮโดรเจนและออกซิเจนจะผลิตโดยการแยกน้ำออกตามส่วนประกอบของอะตอม มันเป็นกระบวนการทางเคมี ที่พยายามจำลองกระบวนการสังเคราห์แสง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตไฮโดรเจน ซึ่งสามารถดัดแปลงเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานได้ ขั้นตอนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากไฮโดรเจนนี้ เป็นขั้นตอนที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม โดยจะปล่อยไอน้ำหลังถูกเผาไหม้

แม้ว่าเซลล์กรัทเซลได้ถูกใช้งานในเชิงพาณิชย์แล้ว การสังเคราะห์แสงก็ยังคงอยู่ในสถานะทดลอง แต่ก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในสาขาวิชาด้านการวิจัยพลังงานทางเลือกที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นจุดกำเนิดให้กับการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งในเวลากลางคืน

เมเยอร์มาจากมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา เป็นผู้อำนวยการของ UNC Energy Frontier Research Center ในเรื่องเชื้อเพลิงพลังงานแสงอาทิตย์และระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นต่อไป (Solar Fuels and Next Generation Photovoltaics) เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของสถาบันการศึกษา วิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (American National Academy of Sciences) และเคยได้รับรางวัลจากกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งสถาบันการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Academy of Sciences) สมาคมเคมีของอเมริกา (American Chemical Society) the European Photochemical Association และ the Asian and Oceanian Photochemical Association

พิธีมอบรางวัลจะมีขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 2557 ใน "การประชุมสุดยอดเชื้อเพลิงทางเลือก" (Fuel Choices Summit) การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมระหว่างประเทศเพื่อหาทางเลือกสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยได้รับการส่งเสริมจากผู้ริเริ่มโครงการเชื้อเพลิงทางเลือกในสำนักงานของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่นำโดยนายเอยัล รอซเนอร์ (Eyal Rosner) และนางเคเรน เฮยโซด (Keren Hayesod) การประชุมสุดยอดครั้งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลจากทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และนักลงทุนอาวุโส เข้าร่วมการประชุม เพื่ออภิปรายนโยบายต่างประเทศในด้าน การใช้พลังงานทดแทนและสถาปนาให้อิสราเอลเป็นศูนย์กลางชั้นนำของอุตสาหกรรมและความรู้

นายกรัฐมาตรีเนทันยาฮู ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวรางวัลว่า "เรากำลังดำเนินการ กับงานที่ต้องใช้ความมุมานะและใช้ระยะเวลาหลายปี เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องพึ่งพาราคาน้ำมันที่ผันผวน รางวัลนี้เป็นการมอบความชื่นชมให้แก่ความพยายามของนักวิจัยอย่างแท้จริง"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เปริ ได้กล่าวว่า "รางวัลนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นของรัฐอิสราเอลเพื่อความก้าวหน้าทางด้านของเชื้อเพลิงทางเลือกที่มีความสำคัญสูงสุดต่อชีวิตเราทุกคน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การวิจัย ทางวิทยาศาสตร์ และสังคมของอิสราเอล"


ที่มา http://www.timesofisrael.com/2-scientists-get-1m-worlds-biggest-alternate-fuel-prize/

10/24/2014



กลับหน้าหลัก